การมาเป็นเมมเบอร์วงไอดอล ต้องแบกรับอะไรขนาดไหนกันนะ?

0
206

วงไอดอลในประเทศมีเยอะแยะมากมาย วงที่ประสบความสำเร็จนั้น ก็มีไม่มากเท่าไร เมมเบอร์หรือสมาชิกวงไอดอลต้องแบกรับความคาดหวังขนาดไหนกันนะ หรือจริงแล้วมีอะไรมากกว่านั้น??

จากแฟนคลับ?

แน่นอนว่าเมื่อเป็นไอดอลก็ต้องมีแฟนคลับที่คอยเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อให้วงอยู่รอด ความคาดหวังเลยเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฝั่งของเมมเบอร์หรือแม้แต่แฟนคลับ

แน่นอนว่าความคาดหวังของแฟนคลับจะเป็นตัวช่วยดันเมมเบอร์หรือน้อง ๆ นั่นแหละ ในช่วงแรกเมื่อปีสองปีที่แล้ว เมมเบอร์อาจไม่รู้หรอกว่าแฟนคลับต้องการอะไรหรือคาดหวังอะไรกันบ้าง

มันก็เป็นความกดดันน้อย ๆ ถึงปานกลางว่าแฟนคลับต้องการอะไรกับเมมเบอร์ คาดหวังว่าเมมเบอร์ต้องเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้ ทำไมไม่ทำแบบนั้น ไม่ทำแบบนี้ ซึ่งเรื่องราวแบบนี้ก็พอจะเห็นกันได้ในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรและเมมเบอร์ทำอย่างไร

จากข้างในวงเอง?

นอกจากสังคมภายนอกที่มองเข้ามานั้น ก็ยังมีบุคคลภายในวงที่มองกันเองหรือแบกรับอะไรต่าง ๆ มากมาย หรือแม้แต่การกดดันตัวเอง เพื่อที่จะทำให้ตัวเองนั้นขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของการเป็นเมมเบอร์วงไอดอลนั่นก็คือการติด Senbatsu หรือตัวจริงในเพลง ๆ นั่นเอง

แต่อีกมุมนึง น้องๆ ที่จะเข้ามาเป็นหนึ่งใน 48Group ก็ย่อมรู้มาก่อนแล้วว่าต้องเข้ามาพบกับแข่งขันอย่างดุเดือด ซึ่งส่วนนี้น้อง ๆ ก็ต้องเตรียมเพื่อที่จะต่อสู้กับตัวเอง กับเมมเบอร์กันเอง และที่สำคัญคือต้องพบกับสภาพความกดดันอันมหาศาลที่น้อง ๆ เมมเบอร์จะได้รับเหมือนกัน

เบื้องหน้าเบื้องหลัง

เราอาจจะเห็นแค่ในมุมความน่ารัก ๆ ของน้องๆ หน้าเวที แต่เบื้องหลังนั้น ต้องพบเจอกับอะไรบ้างสิ่งนี้เราอาจจะไม่สามารถรับรู้ได้ทั้งหมด แต่ก็มีหลายครั้ง ที่ความกดดันนั้น มันมากเกินจะรับไหว และสุดท้ายก็ทนไม่ไหวและปลดปล่อยออกมาให้แฟนคลับได้เห็น จากคำพูดที่สะเทือนจิตใจ และสะท้อนถึงความรู้สึกลึก ๆ ที่เก็บสะสมไว้ในใจ

เหตุผลนึงที่ทำให้น้อง ๆ เหล่านี้ ยังต่อสู้ต่อไป อดทนกับสิ่งที่ต้องเจอนั่นคือกำลังใจจากแฟนคลับที่มีส่วนสำคัญมาก ๆ ในกาตเติมกำลังใจให้มีแรงสู้ต่อไป

… แต่ถึงแม้ตัวเมมเบอร์เอง จะมีความเครียด ความกดดันอยู่ในใจมากมายขนาดไหน ในใจอาจจะอ่อนแอมาก ๆ จนแทบไม่ไหว แต่สิ่งที่ต้องแสดงออกมา นั่นคือรอยยิ้ม และการให้กำลังใจกับแฟนคลับอยู่สมอ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไร 

ทั้ง ๆ ที่ตัวเองแทบไม่มีแรงเหลือแล้ว แต่สิ่งที่ต้องทำก็คือยิ้ม และสู้ต่อ พร้อมกับมอบกำลังใจ และพลังงานบวกให้กับแฟนคลับ มันไม่แปลกหรอกที่บางครั้ง เด็กคนนึง จะแสดงความอ่อนแอและร้อให้ออกมาให้เราเห็น ซึ่งมันจะเป็นการร้องให้ที่เจ็บปวดมาก ๆ 

ตอนที่น้องมิวนิคได้บอกในงานคอนเสิร์ตของรุ่นสองน้องมิวนิคถามว่ารู้สึกคุ้มค่าตั๋วกันมั๊ยคะ พูดไปก็ร้องไห้ไป คือน้อง ๆ ต้องคอยอ่านคำวิจารณ์บนโลก Social ตลอดเวลา เพราะพวกเขาจะได้รู้ว่า Feedback ที่ตัวเองได้รับจะเป็นเช่นไรนั่นเอง

CGM48

วงน้องใหม่ ใสกิ๊กที่จะมาเป็นรุ่นน้องวง BNK48 ก็ได้เกิดขึ้นมาแล้ว โชคดีที่ว่าฐานแฟนคลับนั้นใหญ่มาก เพราะฐานก็คือ BNK48 นั่นเอง ช่วงแรกเมมเบอร์คนไหนสามารถสร้างความประทับใจแรกได้ ก็เป็นการช่วงชิงพื้นที่สื่ออย่างรวดเร็ว และสามารถสร้างคะแนนความนิยมไปได้ด้วย

เหมือนว่างานเปิดตัว CGM48 จะมีแค่เมมเบอร์บางคนที่ได้รับเลือกให้ออกไปพูดความรู้สึกของตัวเองต่อหน้าแฟนคลับ

อันนี้มันก็เป็นการสร้างความกดดัน และการแข่งขันอยู่เหมือนกัน คนที่ไม่ได้รับเลือกจะรู้สึกอย่างไร ทำไมเราไม่ได้ล่ะ? เราไม่ดีพอหรือเปล่า?? หรือต้องพยายามให้มากขึ้นกว่านี้ เพราะแค่การได้ออกมาพูดข้างหน้าหรือพูดออกไมค์มันก็สามารถทำให้แฟนคลับรู้จักเรามากขึ้นได้เช่นกัน

แต่ถึงกระนั้น มันก็เป็นแค่ช่วงแรกเท่านั้น หลังจากนี้จะต้องรอชมดูต่อไปในงานเปิดตัวซิงเกิ้ลหรือแม้แต่งานจับมือว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

สุดท้าย

เมื่อมาถึงจุด ๆ นี้ เมมเบอร์ก็คงต้องแบกรับความคาดหวังในทุก ๆ ด้าน ทุกฝ่าย ทุกอย่าง การต่อสู้ในหลาย ๆ เรื่อง การขยับเข้ามาเป็นตัวจริง หรือพยายามให้ตัวเองได้รับการเป็นพรีเซนเตอร์ การเรียกโอตะหรือแฟนคลับมางานจับมือ, 2-shot  และอื่น ๆ อีกมากมาย