วง BNK48 กำลังเป็นที่กล่าวถึงในวงกว้างในประเทศไทย ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็เห็นมีแต่พวกเธอเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นป้ายโฆษณา สินค้า ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยล่าสุดก็คือการเป็น Brand Ambasador ของ GRAB

โดยวงอย่างรุ่นพี่ AKB48 ก็เป็น Presenter หรือ Brand Ambassador เช่นกัน โดยจุดประสงค์ของการที่ได้มาเป็น Presenter หรือ Brand Ambassador ก็เพื่อเป็นการส่งเสริมหลาย ๆ อย่างในประเทศเช่นทีมฟุตบอลของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

กลับมาที่ประเทศไทยวง BNK48 ก็ได้รับเลือกให้เป็น Presenter และ Brand Ambassador หลาย ๆ ตัว โดยแต่ละอย่างก็จะแตกต่างกันไป ตามความเหมาะสมของน้อง ๆ และบุคลิกอีกด้วย

มีอะไรแล้วบ้าง

อ้างอิงจากเพจ BNK24 ที่เป็นผู้รวบรวมข้อมูลว่าน้อง ๆ BNK48 เป็น Presenter หรือ Brand Ambassador อะไรบ้างแล้วนั้น ได้แบ่งออกมาประมาณดังนี้ (ในขณะที่เขียนบทความนะ)

ของกิน

Yayoi, Jele beautie, Lotte Toppo, Lactosoy, Mirinda, Oishi, Taokaenoi

พาหนะ

Honda, Toyota Yaris Ativ, Toyota Ativ S+, Grab

ค่ายโทรศัพท์มือถือ, โทรศัพท์มือถือ

True, Samsung

กล้องถ่ายรูป

Fujifilm X-A5, Fujifilm Instax

กีฬา

Changseuk

เครื่องสำอาง

Z-cool, Twelve Plus

Game,Internet

Dragonest, Coding Thailand

เพิ่มยอดขาย?

คำถามที่มักเกิดขึ้นหลาย ๆ ครั้งก็คือการที่มีนักร้องหรือนักแสดงมาเป็น Presenter หรือมาเป็น Brand Ambassador นั้นมันช่วยให้เกิดยอดขายได้จริงหรือไม่??

ถ้าเราลองมาดูกัน สิ่งที่จะทำให้ยอดขายมันขึ้นได้นั้นก็คือตัวผลิตภัณฑ์นั่นแหละ ว่ามันเหมาะสมกับกลุ่มโอตะหรือไม่ ลองมาดูกันว่า Z-Cool และ Twelve Plus นั้นโอตะใช้จริง ๆ เท่าไรกัน แล้วธรรมชาติของผู้ชายพกสินค้าแบบนี้ออกจากบ้านจริงหรือไม่?

มาดูที่กล้อง Fujifilm X-A5 สินค้าตัวนี้และช่วงเวลที่น้องได้เป็น Brand Ambassador มันอยู่ในช่วงที่กลุ่มน้อง ๆ BNK48 กำลังดังถึงขั้นขีดสุดจริง ๆ และด้วยตัวผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนสามารถใช้งานมันได้ และจับจองมันได้ และใช้งานได้ มันจึงทำให้สินค้านี้ขายดี (หลายคนซื้อมาเพื่อถ่ายน้อง ๆ และอุตสาหกรรมกล้องนั้นครึกครื้นมาก ๆ)

ของกินบ้าง มันมีช่วงที่น้องเปิดตัวเป็น Presenter ของ Jele beautie ซึ่งเป็นตัวแรก ๆ ที่น้องได้เป็น จึงทำให้เกิดกระแส Jele beautie ใน 7 Eleven หมด ต้องตระเวนหารสชาติกันขวักไขว่ มิรินด้าก็เช่นกัน เพราะมันหาซื้อง่าย ราคาไม่แพงและมีลวดลายให้สะสมจึงเป็นกิมมิกในการหามาสะสมและสามารถนำไปขายใน Mall ได้อีกด้วย

ค่ายโทรศัพท์มือถือ ต้องบอกว่าการที่เราจะเลือกใช้ค่ายโทรศัพท์มือถือนั้นอยู่ที่สัญญาณและไม่ใช่ตัว Presenter ด้วย จะเป็นใครก็ช่างแต่ถ้ามันเร็วแรงราคาดี มันก็เหมาะกับการใช้งานของเราก็พอ

โทรศัพท์มือถือ อันนี้อยู่ที่รสนิยมคนใช้ และถ้าราคาไม่สูงเกินเอื้อมแล้วละก็ โอตะก็พร้อมเทใจมาซื้อใช้อย่างแน่นอน เพราะถ้าสังเกตดูก็มีสิ่งของ Limited ที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือเช่นกันนะ

รถยนต์นี่เจาะตลาดกลุ่มคนมีเงิน โอตะเด็ก ๆ นี่ไม่ได้กินแน่นอน แต่ถ้าประเภทรถยนต์เหมาะสมกับโอตะเช่นขับในเมืองสบาย เล็ก ๆ ไปไหนก็สะดวก อาจทำให้ยอดขายพุ่งก็เป็นได้นะ

จริง ๆ กีฬาอย่างฟุตบอลเป็นอะไรที่ดึงดูดโอตะได้เป็นอย่างดี เพราะโอตะก็ดูบอลอยู่แล้ว และเมื่อทีมชาติไทยแข่งเมื่อไรก็สามารถเข้าไปเชียร์กับน้อง ๆ ได้ตลอด แถมยังมีชุดช้างศึกขายแบบ Limited ให้โอตะจับจองกันอีกด้วย อันนี้ประสบความสำเร็จอยู่

การที่น้อง ๆ มาเป็น Presenter มันช่วยอะไรได้ไหมหรือเพิ่มยอดขายได้จริงไหม มันก็อยู่กับการตลาดที่จัดแคมเปญดี ๆ ที่ร่วมกับน้อง ๆ ไม่ใช่เชิญมาเป็น Brand Ambassador หรือ Presenter เฉย ๆ แล้วไม่มีกิจกรรมอะไรร่วมกับน้องเลยมันก็แป๊กและกร่อยอย่างแน่นอน

สุดท้ายการที่สินค้านั้นจะขายได้หรือไม่ได้ ต้องดูด้วยว่าสินค้านั้น โอตะได้ใช้หรือไม่ หรือไม่ได้ใช้ ควรที่จะเป็นสินค้าแบบ Unisex หรือก็คือใช้ได้ทั้งหมดเพศไหนก็ได้ หรือของกินก็ต้องดูภาพลักษณ์น้อง ๆ ให้ดี ให้เหมาะสมกับ Character น้อง ๆ นั่นเอง