ผลเลือกตั้งของ BNK48 มาแล้ว หลากหลายความรู้สึก และเราได้อะไรจากการเลือกตั้งในครั้งนี้

0
1463

งานเลือกตั้ง เป็นงานที่สำคัญของวงการไอดอลอย่าง BNK48 ซึ่งงานนี้ถูดจัดตั้งครั้งแรกก็คือวงของรุ่นพี่อย่าง AKB48 นั่นเอง

เมื่อวันที่ 26 มการาคมที่ผ่านมาทาง BNK48 ได้มีงานประกาศเลือกตั้งหรือ

BNK48 6th Single Senbatsu General Election เพื่อมาค้นหา Senbatsu ของซิงเกิ้ลที่ 6 นั่นเอง

ผลด่วนรอบแรก

ก่อนหน้านี้ทาง BNK48 ได้มีการประกาศผลด่วนรอบแรกเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งจริง ๆ แลวมันเป็นการบ่งบอกว่าความนิยมของเมมเบอร์แต่ละคนเป็นอย่างไร และอาจเป็นการส่งกำลังใจให้กับน้อง ๆ อีกด้วยนั่นเอง

หลังจากที่ผลด่วนออกมาแล้วนั้น ก็ทำให้แฟนคลับออกมาแสดงถึงพลังของแต่ละบ้าน ความรักน้อง ไม่อยากให้น้องเสียใจ หรือการมีกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่นผลด่วนรอบแรกอาจไม่ได้ลงโหวตเยอะ เพื่อเป็นการหยั่งเชิงว่า ไม่ได้ส่งหรอก แต่เมื่อพอประกาศจริงแล้วนั้น ตู้ม ติด Senbatsu เลยอะไรทำนองนี้ ก็เป็นไปได้

แต่กลับกลายเป็นว่าทำให้เมมเบอร์บางคนน้ำตานอง อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งวิธีนี้อาจเป็นการหลอกคู่ต่อสู้ได้ แต่ตัวเมมเบอร์เองอาจเสียใจด้วยนั่นเอง

ผลด่วนรอบสอง

และเมื่อถึงวันจับมือเมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ก็มีการประกาศผลด่วนรอบสอง และทำให้อันดับของเมมเบอร์ได้ตกและขึ่นหลาย ๆ คน ทำให้เมมเบอร์ทั้งยิ้มและเสียใจในคราวเดียวกัน

จุดนี้เป็นเกมการตลาดของทางอฟช. จริง ๆ เพราะว่าถ้าไม่มีการประกาศบอกเลยว่าผลของน้องในวันประกาศเลือกตั้งอาจไม่ใช่อย่างที่เราเห็นก็เป็นได้

แต่ถ้าถามว่ามันกระทบจิตใจน้องในวันนั้นไหม บอกเลยว่ามาก เพราะมันทำให้น้อง ๆ ไม่สามารถยิ้มไหวต่อไปได้ ถ้าคะแนนตัวเองดันตกลงมา หรือไม่ก็หลุดไปจาก 32 อันดับด้วยนั่นเอง ซึ่งเราก็เห็นกันอยุ่

วันประกาศผลเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ก็เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ของ BNK48 และโอตะทุกคนเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นวันที่ได้ประกาศการเลือกตั้งครั้งแรกของ BNK48 นั่นเอง

เมื่อถึงเวลาจริงและผลที่ได้ประกาศออกมาเราได้เห็นหลาย ๆ อย่างในงานประกาศนี้ ทั้งความนิยม ความรักเมมเบอร์ และอารมณ์ที่หลากหลายในงานนี้นั่นเอง

ความนิยมไม่แปรผันกับคะแนน

อ้างอิงจากคะแนนของแต่ละคน เราจะเห็นได้ว่าเมมเบอร์บางคนมีระดับความนิยมสูงมาก แต่กลับกันที่คะแนนเลือกตั้งไม่ได้สูงตามจนเกือบทำให้เกือบหลุดลำดับที่ 32 ไปด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นคือน้องจูเน่นั่นเอง

แต่เมมเบอร์บางคนก็สามารถฟื้นตัวจากลำดับสุดท้ายของตารางมาอยู่ในลำดับที่ 23 ได้นั่นคือมิวนิค เชื่อว่าการที่มีประกาศผลด่วนรอบสองทำให้บ้านและด้อมของแฟนคลับหันมาสนใจและร่วมแรงร่วมใจให้เมมเบอร์สามารถกลับมาอยู่ในตารางในจุดที่ไม่หวาดเสียวได้

คำถามคือมันเกิดอะไรขึ้น จริงแล้วระดับความนิยมไม่สามารถทำให้โอตะหรือแฟนคลับหันมาเปย์บัตรเลือกตั้งได้หรือ แล้วเมมเบอร์ต้องทำอย่างไรให้แฟนคลับพร้อมที่จะสนับสนุนน้องมากขึ้น?

ดราม่าทำให้คะแนนตก

อันนี้ก็จะคล้าย ๆ กับหัวข้อที่แล้ว ก่อนหน้านี้น้องเค้กมีรายชื่อติดผลด่วนในรอบแรกก็คือลำดับที่ 26 แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดดราม่าน้องเค้กพอดี ที่เป็นดราม่าเกี่ยวกับ (อดีต) แฟนของน้องเค้กนั่นเอง

หลังจากที่มีดราม่าเกิดขึ้นนั้น ก็ทำให้คะแนนความนิยมน้องเค้กลดลงอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่าน้องเค้กจะออกมาเคลียร์ปมดังกล่าวแล้ว แต่ดูเหมือนว่าแฟนคลับไม่ได้กลับเชื่อใจน้องเหมือนเช่นเดิมเสียแล้ว

พอหลังจากประกาศผลด่วนรอบสอง ชื่อน้องก็ไม่อยู่ในตารางเสียแล้ว นั่นอาจแปลได้ว่า ดราม่าที่เกิดขึ้นทำให้ระดับความนิยมและคนที่พร้อมเปย์นั้นหายไปและลดลงอย่างรวดเร็วด้วยนั่นเอง

ความคาดหวังทั้งเมมเบอร์และแฟนคลับ

มันมีศัพท์หนึ่งที่พูดกี่ครั้งก็รู้สึกภูมิใจก็คือ “คามิ 7” เมมเบอร์คนไหนสามารถก้าวไปอยู่ในตำแหน่ง คามิ 7 ได้นั้นก็คือเหมือนเป็นพระเจ้าทั้ง 7 นั่นเอง

เมมเบอร์หลายคนคาดหวังว่าตัวเองจะอยู่ในคามิ 7 และแน่นอนว่าเป็นเมมเบอร์ที่มีระดับความนิยมสูง ๆ หรือตัว Top

เมื่อถึงเวลาประกาศผลจริง ๆ แล้วนัน เราก็พบว่าหลายคนสามารถก้าวไปอยู่ในคามิ 7 ได้ และอีกหลายคนหลุดคามิ 7 อย่างเช่น น้องหลามหรือน้องปัญ ที่ตกมาอยู่ที่ 9 จริงแล้วน้องไม่ได้ผิดอะไร และแฟนคลับไม่ได้ผิดอะไรเลย มันมีหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้น้องมาอยู่ในระดับนี้ ทั้งเรื่องกำลังเงิน และเมมเบอร์อีกหลาย ๆ คนที่มีระดับความนิยมและอยากเป็นคามิ 7 ด้วยเช่นก้น

ทุกอย่างล้วนเป็นความคาดหวังทั้งนั้น หลายคนยอมรับได้ หลายคนยอมรับ (ตัวเอง) ไม่ได้ หลายคนยินดีกับตัวเองในลำดับที่ตัวเองได้เช่นน้องวี ที่ผลด่วนแรกอยู่อันดับ 9 ผลด่วนสองอยู่อันดับ 10 และประกาศผลอยู่อันดับที่ 13 นั่นเอง

ความรู้สึกของคนเป็นกัปตัน

ถ้าจะไม่กล่าวถึงกัปตันเฌอปรางก็คงไม่ได้ เพราะภาระและหน้าที่ของน้องนั้นยิ่งใหญ่มาก การที่น้องอยู่ในระดับบนขนาดนั้น น้องผ่านอะไรมามาก น้องยังบอกเองเลยว่า หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

“หนูไม่อยากเป็นกำแพงให้ใครอยากมาก้าวข้าม แต่หนูอยากเป็นกำแพงที่คอยปกป้องทุกคน” ประโยคนี้มันทำให้รู้ว่าน้องเหนื่อยมาก เป็นห่วงน้องในวงมาก

หรืออีกหนึ่งประโยค “เราได้ที่ 1 จะมีใครดีใจกับเราไหม” มันรู้สึกนะ มันจุก และอีกหลาย ๆ ประโยคที่เฌอปรางได้กล่าวในงาน

เฌอปรางกล่าวว่าอาจอยู่เป็นกำแพงอีกไม่นาน ยิ่งได้ฟังก็สะอึกเบา ๆ เช่นกัน แต่มันก็เป็นเรื่องของอนาคต ไม่ว่าอย่างไรก็คงเป็นไปตามการตัดสินใจของกัปตันเฌอปราง

สุดท้ายก็ขอแสดงความยินดีทั้ง 32 คนที่ได้ และที่เหลือที่ไม่ได้ติดอันดับก็อย่าเสียใจไป ในอนาคตยังมีโอกาสที่จะติด ระหว่างทางนั้นก็พัฒนาตัวเอง สร้างฐานแฟนคลับ และก้าวต่อไปด้วยใจที่มั่นคง

ขอบคุณภาพจาก: เพจ Jaru.48