เฌออยู่ตรงนี้ เฌอเหนื่อยเป็น แต่เฌอมีความสุขกับการเป็นหัวหน้าวง BNK48

0
1949

“คำว่าพยายาม ไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ” ประโยคนี้ เป็นประโยคที่คุ้นหูมากสำหรับโอตะของวงไอดอล BNK48 อย่างแน่นอน เพราะมันเป็นประโยคจากเพลง Shonichi นั่นเอง

กัปตันวง BNK48 ก็เป็นตำแหน่งที่บอกได้ว่า หนักสุดในวงเลยก็ว่าได้ เพราะว่าเธอจะต้องเป็น “เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว” แน่นอนว่าเธอคนนั้นก็คือเฌอปราง BNK48 นั่นเอง

เฌอปราง

เฌอปรางเด็กสาวที่ก้าวข้ามความกลัวของตัวเอง ทั้งในเรื่องของการร้องที่ไม่เอาไหน การเต้นที่ไม่ได้เรื่อง (อันนี้น้องบอกเองหลายรอบ) จนมาสมัครเป็นไอดอลวง BNK48 เพราะชื่นชอบในวง AKB48 อยู่แล้วเป็นทุนเดิม

สุดท้ายน้องเฌอปรางก็สามารถเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง BNK48 และจับพลัดจับผลูก็ยังสามารถได้มาเป็นกัปตันวง BNK48 อีกด้วย

เฌอผู้แบก (รับทุกสิ่ง)

บางครั้งชีวิตการเป็นกัปตันก็ไม่ได้สวยหรูไปเสียทุกสิ่งอย่าง เพราะอะไร เพราะว่าเมื่อเราได้รับหน้าที่เป็นกัปตันแล้ว เราจำเป็นที่จะต้องรับทุกสิ่งในวงมาที่เรา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ๆ น้อง ๆ หรือพี่ในวงเป็นอย่างไร

ถ้าดูช่วงแรก ๆ ของวงนั้นเฌอเป็นทุกอย่างให้วงจริง ๆ ทั้งการออกงาน การให้สัมภาษณ์ การวางคิวในสถานการณ์ต่าง ๆ ช่วงแรกเฌอเป็นคนดูแลแทบทุกอย่าง เสมือนเฌอเป็นตัวแบก (รับ) ไว้ทั้งหมด

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมมเบอร์หลายคนก็รู้หน้าที่ของตนว่าตัวเองต้องทำอะไร กัปตันอย่างเฌอปรางก็อาจพอมีเวลาอยู่บ้าง ให้ตัวเองได้พักจากการเป็นกัปตันได้บ้างนั่นเอง

ไอดอลคู่การเรียน

ถ้าเราลองสังเกตเมมเบอร์ที่อยู่ในวง BNK48 ทั้งหลายแล้วละก็ สังเกตได้ว่ากัปตันเฌอปรางของพวกเรานั้น เรียนหนักกว่าใครเพื่อน หรือต้องบอกว่าใช้เวลาเรียนกับทำงานควบคู่กันไปอย่างเต็มเวลาแถม เรียนในสาขาที่หนักพอตัวอีกด้วย

ถ้าได้ดูรายการ Senpai จะเห็นได้ว่าคณะของเฌอปรางนั้นก็เหนื่อยเอาการ เฌอต้องเลือกเรียนเช้าแล้วไปทำงานตอนบ่ายหรือออกงานช่วยบ่าย และยิ่งช่วงที่ตอนคุกกี้ดังนะ บอกเลยว่าได้ออกงานแทบทุกวันเลยจ้ากัปตันเฌอของพวกเรา

แต่ล่าสุดในงาน Fanfest ที่จัดตรง CentralWestGate ที่ผ่านมาน้องเฌอได้ประกาศเกรด (Grade) ล่าสุดของเธอ โดยประกาศว่าได้ A 3 ตัวรวด ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่าเธอนั้นยังคงให้ความสำคัญกับการเรียนเป็นพิเศษเช่นเดิมควบคู่กับการเป็นไอดอล

ดราม่าในแต่ละวัน

ตามที่เราได้เห็นกันในแต่ละวันจะมีดราม่าเรื่องนั้น เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้อง ๆ คนนั้น คนนี้ หรือแม้แต่ตัวเอง ส่วนใหญ่ถ้าเฌอปรางได้ออก Event อะไรก็ตามก็จะเป็นผู้ที่ถูกจ่อไมค์ต้องตอบตลอดเวลา เพราะว่าเธอคือกัปตันไง นักข่าวทุกคนก็จะสนใจเธอถ้า เจ้าของดราม่าไม่อยู่นั่นแหละ

ซึ่งถ้าดูคลิปที่เฌอปรางให้สัมภาษณ์อยู่บ่อย ๆ แล้วละก็เราจะได้เห็นว่าน้องเฌอปรางมีไหวพริบที่ดีมีการตอบคำถามกับสื่อเป็นอย่างมาก เพราะว่าเธอคิดเร็ว คิดไว และเตรียมการพูดอย่างดีก่อนจะมาตอบอยู่แล้ว

จริงแล้วดราม่าน้องเฌอปรางนี่ก็จะเห็นบ่อยมากเช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะหยิบจับคำสัมภาษณ์ที่เฌอปรางตอบในนิตยสารเล่มนั้น เว็บนี้ หรือที่อื่น ๆ ตามตีความ ตีโพยตีพาย ซึ่งบางอย่างอาจเป็นจริง 100% แต่บางอย่างก็ใส่ไข่เสียมากกว่า

จริงแล้วเฌอปรางตามดราม่าหมดแต่เลือกที่จะออกมากล่าวหรือไม่กล่าว และถ้าโดนถามเฌอปรางก็จะมีคำตอบในใจเตรียมไว้ตอบอยู่แล้วนั่นเอง

เรื่องเสียงร้อง

เป็นประเด็นล่าสุดที่เฌอปรางร้องเพลง 365 วันกับเครื่องบินกระดาษในงาน Fanfest ที่ผ่านมา ในฐานะที่เราเป็นโอตะและโดนเฌอปรางตกเป็นคนแรก บอกได้ว่าน้องเฌอต้องพัฒนาเสียงร้องอีกมากเช่นกันนะ เพราะนอกจากการขายความพยายามแล้วนั้น เสียงร้องก็ต้องควบคู่กันไปด้วย

แต่สงสารน้องมากกว่าเมื่อมีคอมเม้นที่ไม่เกี่ยวกับเสียงร้องและไปโยงเรื่องนั้นเรื่องนี้ ซึ่งไม่เกี่ยวกันเลยและยังเป็นการคิดเรื่องอคติอีกด้วย แต่น้องเฌอปรางก็เป็นคนตรงนะ เพราะเธอได้กล่าวว่า:

“ใครที่ทนฟังไม่ได้ ก็ปิดหูไปนะคะ”

การที่เธอกล่าวแบบนี้เพราะว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่สามารถร้องได้ตรงคีย์โดยสมบูรณ์แบบได้นั่นเอง 🙂

เสียสละ

การมาเป็นกัปตันวง มันเป็นการเสียสละนะ ไม่ใช่ว่าเอ้ยเราเด่นสุด นิยมสุด ออกงานมากสุด มันไม่ใช่เลย เพราะภาระหน้าที่ ที่ได้รับมานั้นเป็นสิ่งที่ต้องแลกกับเวลา สุขภาพจิต สุขภาพกายและอื่น ๆ อีกมากมาย

เราเชื่อว่าน้องเฌอสามารถออกจากวงหรือแกรตออกจากวงได้เลยถ้าเธอไม่ทน แต่ไม่ใช่ เธอยังอยากอยู่กับวง BNK48 ต่อไปในฐานะกัปตัน เธอก็ยังอยากเรียนให้จบเพื่อมาทำงานวง BNK48 แบบ Full-Time สักที แน่นอนว่าเธอต้องพยายามทั้งในเรื่องเรียนและเรื่องการเป็นไอดอลให้เท่า ๆ กัน และทำออกมาให้ดีที่สุด ^__^

สุดท้ายไม่ว่าในอนาคตเฌอปรางจะแกรตไป แต่เชื่อว่าแฟนคลับหรือโอตะของวง BNK48 ก็จะยังจดจำเฌอปรางในฐานะกัปตันวง BNK48 คนแรก 🙂