ถึงช่วงฟองสบู่ของวงการไอดอลไทยหรือยัง? แล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร?

0
7937

วงการไอดอลในประเทศไทยนั้น ถือว่ากำลังขึ้นมาเป็นดอกเห็ด หรือเรียกได้ว่าผุดขึ้นมารวดเร็วเป็นอย่างมาก สิ่งที่เป็นแรงกระตุ้นของวงการไอดอลไทยนั้น เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะบอกว่าเพราะวงอย่าง BNK48 ที่โด่งดังข้ามคืนจากเพลงคุกกี้เสี่ยงทายนั่นเอง

แต่ในขณะที่ปี 2018-2019 นั้นมีวงไอดอลเกิดขึ้นอย่างมากมาย แต่แท้จริงแล้วธุรกิจไอดอลมันกำลังรุ่งจริงหรือไม่?

กระแส?

เมื่อพูดถึง BNK48 ทุกคนก็จะนึกถึงเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย เพราะมันเป็นเพลงคู่บ้านคู่เมืองของวง BNK48 ก็ว่าได้ เพราะเพลงนี้ทำให้คนทั้งประเทศไทยได้รู้จักวง BNK48 อย่างเป็นทางการการ แถมยังสามารถทำยอดวิวได้ถึง 100 ล้านวิวเลยทีเดียว

และนั่นก็ทำให้ใครหลาย ๆ คนรู้จัก BNK48 และวงการไอดอลกันอย่างมากขึ้นและแพร่หลาย ทุกคนต่างมองว่าธุรกิจไอดอลกำลังไปได้สวย ขายได้ และน่าจะกำไรงาม ต่างคนเลยต่างลงมาเปิดตัววงไอดอลกันแทบทั้งสิ้น

ไม่สวยหรู?

ธุรกิจไอดอลนั้น มันไม่ได้สวยหรูเหมือนหน้าตาของน้อง ๆ แต่ละคน ทุกอย่างก็ต้องใช้กำลังทรัพย์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนประจำของน้องแต่ละคนหรือแม้แต่พนักงานบริษัท การออกอีเว้นท์ การขายแผ่นซีดี ขายบัตรจับมือ ขายบัตร 2-Shot, เชกิ และอื่น ๆ อีกมากมาย

การที่แฟนคลับไปหาน้อง ๆ ตามงานที่ออกนั้น ไม่ได้ทำให้วงอยู่รอด และถ้ามีการออกสินค้า แต่ไม่มีการซื้อ Official Goods อะไรเลย วงมันก็อยู่ไม่ได้ ถ้ามีสปอนเซอร์ เข้ามาดูแลก็โชคดีไป และถ้ามีการเซ็นสัญญารายปีก็เหมือนเป็นการต่ออายุวงได้ด้วย

และวงอื่น ๆ ที่เพิ่งเปิดตัวกันมา จะสามารถรีบขายของเลยได้หรือไม่? เพราะบางครั้ง การที่ไม่มี Story ให้แฟนคลับจำได้ก็ทำให้ไม่สามารถดึงลูกค้าหรือ Target ที่ใช่มาซื้อของหรือมาตกเป็นโอตะวงนั้น ๆ ได้เหมือนกัน

ถ้าถามว่า Product Life Cycle ของวงการไอดอลนั้นอยู่ตรงไหนแล้ว เราว่ามันกำลังอยู่ในช่วงที่สามและใกล้ดิ่งลงมาแล้ว และจุด Growth (เติบโต) ของมันคือช่วงไหน ก็คงจะเป็นช่วงที่เพลงคุกกี้เสี่ยงทายออกมา และช่วงที่หลายวงเปิดตัวนั่นเอง ช่วงนั้นเป็นอะไรที่ Hot สุด ๆ 

ล้มหายตายจาก…

เมื่อมีการเกิดขึ้นของวงไอดอลกันอย่างมากมายนั้น ก็มีการปิดตัวลงหรือสมาชิกลาออกกันเป็นขบวนด้วยเช่นกัน มันหมายถึงอะไร?

ใช่แล้วการที่จะเปิดวงไอดอล ไม่ใช่แค่ว่าเรามีทุน (อยู่บ้าง) แล้วก็จะเปิดเลย ลองไปศึกษาธุรกิจไอดอลกันแล้วหรือยังว่ามีรูปแบบอย่างไร ต้องขายอะไร จุดเด่น ระบบ ที่ใช้กันเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่มีน้อง ๆ เมมเบอร์แล้วทุกอย่างจะขายได้ 

ถ้าไม่มี Sponsors ทุกอย่างก็จบเพราะค่าใช้จ่ายนั้นมีทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างเมมเบอร์หรือพนักงานคนอื่น ๆ ค่าเดินทาง ค่าคอสตูม ค่าทำเพลง ยิ่งถ้าจะทำ Official Goods แล้วด้วยละก็นะ บานเบอะเลยจ้า

แถมถ้า Vision หัวหน้าวงและเมมเบอร์ไม่เหมือนกัน ยิ่งแล้วกันไปใหญ่ หลาย ๆ วงมีเมมเบอร์ลาออกทั้งวงทำให้วงต้องปิดตัวไป มันก็มี

ฟองสบู่และอนาคต?

คำว่าฟองสบู่นั้น ได้ถูกพูดมาในหลาย ๆ วงการแล้วไม่ว่าจะเป็นวงการ Cryptocurrency หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า Bitcoin หรือวงการต่าง ๆ นา ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งวงการไอดอล

ต้องบอกว่าโอตะ จำนวนเท่าเดิม ไม่ได้มีเพิ่มขึ้นสักเท่าไร และคนที่สามารถเปย์ได้ก็มีกลุ่ม ๆ นึง แต่วงที่มีก็มีเยอะเหลือเกิน และถ้าวง ๆ นั้นไม่สามารถจูงใจให้แฟนคลับหันมาเปย์สินค้าได้จะเกิดไรขึ้นละ

มันอาจเป็นเพราะหลาย ๆ ปัจจัยนะที่ทำให้โอตะไม่ซื้อ หรือไม่สนับสนุนวง ๆ นั้นแล้วเช่น ไม่ใช่แนวที่ชอบ เมมเบอร์คนนั้นแกรต (จบการศึกษา) การบริหาร หรืองานอีเว้นท์ต่าง ๆ ที่ออกมานั้น ไม่สามารถตอบสนองหรือพัฒนาในด้านที่ดีพอสำหรับแฟนคลับกลุ่มเหล่านั้น

และยิ่งถ้าสินค้าหรือการบริหารของวงนั้น ออกมาไม่ดีอยู่เรื่อย ๆ แน่นอนว่า มันจะทำให้วงนั้น ได้รับความนิยมลดลง การเลี้ยงแฟนคลับที่มีอยู่เดิมแล้วไม่เปลี่ยนไปวงอื่น มันยากกว่าการที่ Recruit คนใหม่ ๆ เข้ามาอีกนะ เพราะทุกอย่างคือความเชื่อใจ ซื้อใจ ไม่ว่าจะเป็นตัวเมมเบอร์หรือตัวอฟช. ด้วยนั่นเอง

ถ้าจะให้กล่าวถึงฟองสบู่วงการไอดอล? ก็คงต้องบอกว่ามันก็เริ่มใกล้เข้ามาทุกที่แล้ว แล้วสักวันมันจะเกิดขึ้นจริง ๆ อย่างแน่นอน