มาถึงภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่ทั้งโลกจับตามองครับ เป็นเรื่องที่เกี่ยวประวัติของบุคคลที่เปลี่ยนโลกของเทคโนโลยีไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยความ Creative ของเค้าทำให้ทั้งโลกเปลี่ยนแนวคิดกันไปเลย คนคนนั้นก็คือ Steve Jobs นั่นเอง ซึ่งชื่อเรื่องก็คือ “Jobs”

jobs-movie-poster-2013-1020755614

Poster สุดสวย

ชมตัวอย่างภาพยนตร์กันเลยครับ

คร่าวๆ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้เล่าถึง Steve Jobs ว่าชีวิตวัยเรียนเป็นอย่างไร ความฝัน ความคิดริเริ่มของเค้า ที่จะทำสิ่งๆหนึ่งที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน แต่ Jobs คิด แล้วมองไปยังอนาคตว่าทุกๆคนจะต้องชอบมันเป็นแน่แท้

jobs-movie-poster-mrp

ในเรื่องได้กล่าวถึงบุคคลที่ Jobs รู้จัก เพื่อน พ่อแม่ ศัตรูทางธุรกิจ (เต็มไปหมด) ซึ่งรายละเอียด ภาพยนตร์เรื่องนี้ นำมายัดให้เราเต็มที่(หรือเกินไป) ทำให้ตามไม่ทันบ้าง (ยิ่งถ้าคนไม่ได้อ่านหนังสือ Steve Jobs มาก่อนจะงงไปบ้าง) คนที่ชอบ แล้วสนุกตามไปด้วยแบบ 100% น่าจะเป็นคนที่อ่านหนังสือของ Steve Jobs มาก่อนแล้ว หรือเป็นสาวกขั้นเทพ จะดูอย่างเข้าใจทันjobs_movie_poster_01

คนดูอย่างเราๆ (ไม่ใช่สาวก Apple) อาจจะดูไม่เข้าใจ ว่าภาพยนตร์จะต้องการสื่อถึงอะไรของตัว Steve Jobs ในวัยหนุ่มกันแน่ โดยรวมๆ Ashton Kutcher แสดงออกถึงความเป็น Jobs ได้อย่างเกินตัว (คือเหมือนมาก) แสดงได้ดีจนน่าตกใจ นี่ Steve Jobs ลงมาเล่นเองเลยหรอเนี่ย ทั้งตอนหนุ่ม ตอนแก่ เหมือนเป๊ะ

Jobs_movie_adความทะเยอทะยานของ Steve Jobs นั้นทำให้เกิดการฉีกแนวอะไรที่เดิมๆ และทำให้เกิด นวัตกรรม (innovation) อะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นมาบนโลกมากมาย ในภาพยนตร์ก็อยากสื่อให้เห็นแบบนั้น อยากให้คนดูเห็นในสิ่งที่ Steve Jobs คิด หรืออยากให้เห็นสิ่งที่ Steve Jobs ทำ แต่เวลาภายใน 2 ชั่วโมง อาจจะทำให้เนื้อหาที่มีมากเกินไปนั้น สื่อออกมาได้ไม่ลึกซึ้งพอ ทำให้คนดูรู้สึกอารมณ์ค้าง โดยเฉพาะหลังจากช่วงที่ Steve Jobs โดนไล่ออกจาก บริษัทตัวเอง ภาพยนตร์ก็ดูดรอบลงอย่างเห็นได้ชัด บางอย่างก็เล่าสั้นเกินไปจนคนดูอาจงงได้ แต่ใครอ่านมาแล้วหรือรู้ประวัติของ Steve Jobs อยู่แล้วคงจะเฉยๆกับรายละเอียดพวกนี้

สุดท้าย

  • สาวกถ้าพลาดจะเสียใจ
  • ไม่ใช่สาวกถ้าไปดูอาจงงๆ และไม่สนุกอย่างที่ลุ้นเอาไว้
  • จบแบบ อ้าวจบแล้วหรอ งงอยู่เลย
  • จุดพีคของเรื่องแทบไม่มีให้เร้าใจเลย

Screenshot-136

ให้ 2.5/5 ครับ